Calendar
 
   
 
Diary Update
 
 
(294) ภูผาแพรไหม
(293) ประสบการณ์วิชาชีพ อาชีวอนามัยและความปลอดภัย
(292) ปราสาทหินพิมาย วิมายะปุระ
(291) ร้านสีเทา บางเสร่
(290) HTMS Chakri Naruebet เรีอรบหลวงจักรีนฤเบศร
(289) กิจกรรมวันอาทิตย์
(288) ที่พักสงฆ์สวนทิพย์ หลังน้ำท่วม
(287) ตลาดนัดศิลปะ
(286) ไปในเมืองกัน
(285) ป. ๔ ไปทัศนศึกษา
(284) มูลนิธิธรรมิกชน
(283) บ้านเราจะเฉาได้ไง
(282) ปีใหม่
(281) เมื่อเวลาล่วงผ่าน คืนวานไม่หวนกลับ
(280) กลับสู่มาตุภูมิ
(279) เยือนถิ่นแผ่นดินอีสาน
บันทึกช่วยจำ ถึงคนที่จะไม่มีวันลืม อีกกลุ่ม
บันทึกเมื่อกลายเป็นผู้อพยพ (ฉบับไม่มีต่อ)
บันทึกเมื่อกลายเป็นผู้อพยพ (ต่อ)
บันทึกเมื่อกลายเป็นผู้อพยพหนีน้ำท่วม มหาวิกฤตอุทกภัย 2554
(278) คิดถึงเธอจัง
(278) ป่วยซะแล้ว--ลูกสาวแม่
(277) เสาร์แสนสุข
(276) เยี่ยมห้องเรียนหนูแพรวา
(275) ขาวกับดำ
(274) ลูกรักของแม่
(273) ตรวจกระดูกกรณีพิเศษ
(272) คิดถึงอาเร
(271) กีฬาสีป. 4
(270) กิเลสที่ต้องกำจัด
(269) กล้องและเลนส์ของช้าน
(268) เด็ก ป.4 _กำลังสอบ
(267) วันคืนที่เนิ่นนาน
(266) หมอฟันที่บ้าน
(265) ทำอะไรบ้างนะ
(264) รายการคนสู้โรค-โรคหืดหอบ
(263) ราชบุรีที่หวนคำนึง

 
 
Favourites Diary
 
   
 



 

บันทึกเมื่อกลายเป็นผู้อพยพ (ฉบับไม่มีต่อ)

บ้านที่หมอแหม่มจัดให้ที่ขอนแก่น

เป็นบ้านในเขตป่า ร่มรื่น มีต้นไม้ครึ้ม

ที่นั่น เรียกด้วยชื่อเป็นทางการว่า "หมู่บ้านศูนย์แพทย์"

บันทึกเมื่อกลายเป็นผู้อพยพ ฉบับไม่มีต่อ

ที่จริงแหม่มอยากให้ไปพักที่บ้านของเธอที่โนนม่วง

อยู่นอกเขตมหาวิทยาลัย

บ้านสวยหลังใหญ่ สร้างเสร็จมาไม่นานนัก

แต่แม่อ้อมคิดว่า การอยู่ที่นี่จะสะดวก

และรบกวนเพื่อนไม่มากจนเกินไป น่าจะเหมาะสมกว่า

บันทึกเมื่อกลายเป็นผู้อพยพ ฉบับไม่มีต่อ

แหม่มเอารถกระบะของน้องชาย น้าตุ่ย ซึ่งเป็นวิศวกร

แต่ไม่ค่อยได้อยู่ที่นี่ เพราะทำงานที่กทม.

มาทิ้งไว้ให้เราใช้เดินทางไปโน่นมานี่ 1 คัน

พร้อมจักรยานคันไม่โต ไม่เล็ก ให้หนูแพรวาได้ไต่ระดับ

มาหัดขึ่จักรยานผู้ใหญ่ ซึ่งก็ทำสำเร็จในวันเดียว

บันทึกเมื่อกลายเป็นผู้อพยพ ฉบับไม่มีต่อ

ประสาผู้อพยพ และรีบลน

เราจึงขาดอุปกรณ์ยังชีพหลายหลาก

แต่ทุกคนที่นี่พร้อมหยิบยื่นความสะดวกให้เราโดยตลอด

 

แม่อ้อมคิดถึงกล้องคู่ใจ ที่บัดนี้เอาไปหนีน้ำไว้ที่ออฟฟิซ

แรกนั้น--ตั้งใจจะ on sales ทั้งกล้อง ทั้งเลนส์เสียแล้ว

มาวันนี้พอไม่ได้แบกมาด้วยกัน ก็คิดถึงสุดใจ

เพราะเมื่อบรรยากาศรอบบ้านที่เป็นป่า

มีกระรอกตัวเท่าแขน

มีกระต่ายป่า มาวิ่งอยู่ในบริเวณบ้านตอนเช้าๆ

ภาพที่ผ่านกล้องคู่ใจน่าจะสวยงามและมีชีวิตชีวา

 

อากาศช่วงเช้าและบ่ายเริ่มมีลมหนาวรินๆ

พอให้เราเข้าใจได้แล้วว่า ปลายฝน ต้นหนาว เป็นเช่นนี้

และที่นี่ช่างเป็นที่ที่คนหนีน้ำมาพึ่งพิง ได้รู้สึกอบอุ่นใจ

คุณย่าได้ออกไปเที่ยวครั้งแรกก็คือไปตรวจร่างกายทั่วๆ ไป

เพราะแหม่มอยากแน่ใจว่า การเดินทางมา

ไม่ได้สร้างภาวะใดให้กับคุณย่าจนถึงกับเจ็บป่วย

 

ตามปกติ อัลไซเมอร์ของคุณย่า

จะทำให้เราลำบากกับการอธิบายว่า เราอยู่กันที่ไหน

แต่ครั้งนี้ นับแต่เดินทางออกจากกทม.

ดูเหมือนคุณย่าจะเข้าใจได้ถ่องแท้ และปราศจากความสงสัยทุกประการ

 

เล็ก เพื่อนที่เป็นข้าราชการอยู่ที่ อ. โซ่พิสัย

เดินทางมาเยี่ยมเพื่อนที่ศูนย์อพยพ และได้การบ้านกลับไปว่า

เธอจะช่วยหาพี่เลี้ยงมาช่วยดูแลคุณย่า

เผื่อว่า ในเวลาข้างหน้า แม่อ้อมจะต้องกลับไปกทม.

เพื่อทำงาน และกลับไปดูบ้านบ้าง

และตอนนั้นน้ำได้ท่วมบ้านที่ดอนเมืองแล้วถึง"ระดับคอ"

 

พี่เลี้ยงชื่อ ไล แม่อ้อมเรียกเธอว่า "ไลล่า"

มาอยู่บ้านพักพิงได้ 2 วันก็บอกศาลา

ค่าที่คุณย่าวัย 92 ไม่สามารถควบคุมการขับถ่ายได้

แม่อ้อมโชว์การทำความสะอาดตอนเช้าให้เธอดู

คาดเอาว่า คุณไลล่า ตัดสินใจนับแต่วันแรกแล้วว่า

"ตรูไปดีกว่า"

 

วันต่อมา คุณย่าเริ่มมีอาการหนาวสั่น

จากบ้านไปรพ. ศรีนครินทร์ ซึ่งเป็นรพ. ของมหาวิทยาลัย

ใช้เวลาเพียง 5 นาที

ก็ป้าแหม่มอีกนั่นแหละ ที่ช่วยดูแล ตระเตรียม

คอนซัลท์ อำนวยความสะดวก จนกระทั่งคุณย่าแอดมิท

บันทึกเมื่อกลายเป็นผู้อพยพ ฉบับไม่มีต่อ

แม่อ้อมเหนื่อยหนักกับความว้าวุ่นในใจ

นี่เป็นเพราะการตัดสินใจผิดพลาดจากการอพยพหนีน้ำ

เช่นนั้นหรือ

คุณย่าอ่อนล้า และหมดแรง จนมีอาการติดเชื้อหรือเปล่า

การรักษาดำเนินไปตามอาการ

จากวันที่เข้ามาด้วยอาการหนาวสั่น ก็เริ่มมีไข้ต่ำๆ

แหม่มสันนิษฐานว่า การใส่แพมเพอร์สตลอดเวลา

น่าจะเป็นสาเหตุของการนี้

 

แหม่มไม่หมดความพยายามที่จะรักษาคุณย่าในทุกอาการ

ไม่ว่าจะพบสิ่งใด อาทิ สงสัยติดเชื้อจากกระเพาะปัสสาวะ

ขอให้ Infectious เป็นเจ้าของไข้

และส่งเพาะเชื้อ

มีอาการสำลัก ก็ขอให้ส่งเอ็กซเรย์ปอด จนถึงกระทั่ง

ทำ CT ปอด

ให้น้ำเกลือมากมีอาการบวมที่แขนขวา

ก็ขอส่งทำ CT Vascular

ดูเสื้อเลือดทั้งแขนและขาว่า ตีบหรือไม่

 

คุณย่าเริ่มมีอาการตัวแข็ง ตาค้าง ไม่นอนเลย

ถึง 2 วัน 2 คืน

เธอก็ขอปรึกษา ระบบประสาทวิทยา neurology

พร้อมบอกกับแม่อ้อมว่า

อาจต้อง CT สมองหรือเปล่า

เธอยังเฝ้ารอผล

ขณะที่หัวหน้าหน่วยประสาทวิทยาที่ขึ้นมาดูให้

ขออนุญาตหยุดการให้ยา อัลไซเมอร์ ไปก่อนในขณะนี้

 

 

แม่อ้อมบอกว่าคุณย่าเจ็บเข่าขวา และเห็นว่าบวม

เธอขอให้ rheumatology

อายุรกรรมโรคข้อ มาดูแลให้อีก

แพทย์สาขาดังกล่าว มาเจาะน้ำในเข่า

และผลวินิจฉัยคือเป็น เก๊าท์

 

เส้นทางของผู้อพยพอย่างเรา 4 ชีวิต

แม้เจ็บช้ำกับสภาพบ้านที่ไม่อาจใช้ชีวิตได้ตามปกติ

แต่วันนี้ เมื่อตระหนักว่า หากคุณย่ายังคงอยู่ที่กทม.

เป็นภาวะเสี่ยงอย่างที่สุดแล้ว ที่เราไม่อาจนำคนไข้

ส่งโรงพยาบาลที่ทะยอย refer คนไข้

ไปตามรพ. ใหญ่ๆในหลายจังหวัดอยู่ในขณะนี้ได้แน่นอน

 

บุคลากร ผู้คน ที่พลอยเดือดร้อนไปกับเรา

แล้วล้วนเป็นเพื่อนที่ได้กรุณาแสดงความเป็นเพื่อนที่ยิ่งกว่าเพื่อน

ทำให้ซาบซึ้งและน้ำตาไหลได้ตลอดเวลา

ที่คิดถึงภาวะที่ชีวิตมิได้โดดเดี่ยว และมิได้ทอดทิ้งกัน

-ขอบคุณมากๆ ขอบคุณจากหัวใจ-

T-T

 

     Share

<< บันทึกเมื่อกลายเป็นผู้อพยพ (ต่อ)บันทึกช่วยจำ ถึงคนที่จะไม่มีวันลืม อีกกลุ่ม >>

Posted on Sat 12 Nov 2011 7:55


This site is like a clasrsoom, except I don't hate it. lol
Khalid   
Sat 10 Aug 2013 18:04 [3]
 

I thank you humbly for shnirag your wisdom JJWY
Lee   
Sat 10 Aug 2013 14:41 [2]
 

พี่อ้อมตัดสินใจถูกที่สุดแล้วค่ะ พาคุณย่ามาได้รับการดูแลอย่างดีกับเพื่อนที่ดีที่สุด คุณตาของน้องที่ทำงานผ่าตัดลำไส้ที่โรงพยาบาลเอกชน น้ำท่วมบ้านทำให้น้องและครอบครัวกลายเป็นผู้อพยพ ก่อนอพยพได้ไปคุยกับหมอที่โรงพยาบาลว่าขอให้คุณตาอยู่โรงพยาบาลต่อเพื่อความสะดวกในการล้างแผล เพราะน้ำท่วมบ้านแล้ว ทางหมอก็รับปากอย่างดี แต่ 3 วันผ่านไปน้องชายที่อยู่เฝ้าคุณตา โทรมาบอกว่าโรงพยาบาลจะให้ออก เพราะเตียงเต็มและดูแล้วเคสนี้ไม่ใช่เคสหนัก ถ้าไม่รับออกคงต้องพิจารณาส่งคุณตาไปอยู่ศูนย์อพยพ วุ่นวายกันมากยังไม่ลงตัวจนถึงทุกวันนี้ ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากันไปวันๆ เศร้ามากค่ะ
แม่นู๋แพร   
Sat 12 Nov 2011 8:31 [1]



Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 
 
 
The best template from http://www.oblog.cn