เทนนิสเด็ก

วันนี้แพรวาดีใจอีกแล้ว ก็เธอจะได้ไปเรียนเทนนิสกับครูตู่ และ ครูปอ
คุณพ่ออุตส่าห์หาซื้อที่คาดผมมาให้
เพราะครั้งที่แล้ว
เหงื่อไหลออกมา จนแสบไปทั้งสองตา
ก่อนเรียนก็อบอุ่นร่างกาย ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส

จนครูตู่เรียกนักเรียนเข้าไปในคอร์ท
แพรวาเริ่มหวั่นไหว ทำไมวันนี้มีเพื่อนเรียนเยอะกว่าวันแรก
นอกจากพี่ปลื้มที่เรียนด้วยกันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
สัปดาห์นี้มีพี่ข้าวเจ้า พี่จูน และพี่อะไรอีกหนอ แม่ก็ได้ยินไม่ถนัด
รวมเป็นเด็กๆ ถึง 5 คน
แพรวาเพิ่งเรียนไป 1 ครั้ง แน่นอนยังตีไม่ได้
แม่เริ่มเห็นสายตากังวลของเด็กหญิง แต่ก็แอบลุ้นอยู่ในใจว่า
หนูต้องพยายามผ่านไปให้ได้ ถึงพี่ๆ จะแซวบ้าง
แต่ก็มีเสียงให้กำลังใจเวลาที่ลูกบอลยังไม่ข้ามเน็ต
และหลายครั้งแพรวาก็ตีไม่โดนลูก


แม่รู้ดีว่าในสถานการณ์อย่างนี้ แพรวาเครียด
เพราะพี่ๆ ตีกันได้แล้ว ข้ามเน็ตหมดอีกตะหาก
มียัยคนเล็กสุดในกลุ่มนี่แหละ
ถึงตีได้ก็ติดเน็ต---ไม่มีแรงส่งลูกให้ข้ามไปตกอีกฝั่งของคอร์ท
แพรวายืนมองพี่ๆ เข้าคิวไปตีลูกทีละคน
มือที่เคยถือแร็กเก็ต เริ่มตกลงข้างตัว
คุณพ่อต้องคอยส่งสัญญาณให้ยกแร็กเก็ตขึ้น
แต่แล้วแม่ก็ได้เห็นความเป็นนักสู้บนสีหน้าของแพรวา
อย่างน้อยแพรวาก็ไม่วิ่งหนีออกมาจากกลุ่ม
แม้จะอายที่ตีไม่โดนลูกเป็นส่วนใหญ๋
ก็เฝ้าพยายามซ้ำแล้ว ซ้ำอีก ด้วยความตั้งใจ

อาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า แต่ฝนก็ปรอยลงมาเป็นละอองเล็กๆ
ในช่วงหมดเวลาพอดี
แพรวากราบลาครูตู่และครูปอ วิ่งออกมาหาแม่พลางบอกว่า
"ตอนแรกหนูเศร้าเลยค่ะ พี่ๆ เขาตีกันได้ทุกคน
หนูว่าตัวเองแย่จริงๆ ทำให้กลุ่มเสียคะแนนด้วย"
แม่ถามว่า "แต่หนูก็ไม่วิ่งหนีออกมาไม่ใช่เหรอลูก"
แพรวายิ้มตาเป็นประกาย "ก็ต้องสู้ไงคะ ต้องพยายาม"
แม่บอกแพรวาว่า "ในทุกสนามต้องมีแพ้และชนะ
แต่ถ้าหนูไม่หมดความพยายาม หนูก็จะชนะใจตัวเอง"
นี่เป็นอีกข้อ ที่แม่อยากให้แพรวาได้เรียนรู้ นอกจากการเล่นกีฬา
เพราะการมีน้ำใจเป็นนักกีฬา---เป็นสิ่งสำคัญยิ่ง
และการได้พยายาม เผชิญกับสถานการณ์ที่เราไม่พึงประสงค์
จะเป็นแบบฝึกหัดที่ช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับหัวใจ
ไม่มีใคร มีแต่ สุข สดชื่น สมหวัง ได้ทุกประการหรอกลูก
ชีวิตยังอีกไกล---หัดไว้จะได้มีภูมิ
Posted on Sat 14 Jun 2008 23:35 |
|