|
ชีวิตนี้น้อยนัก

ตั้งใจว่า วันนี้ครอบครัวของเราจะไปรอเข้าเฝ้า สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช
เนื่องในวันวิสาขบูชา
ประกอบกับแพรวากำลังจะเปิดเทอมแล้ว จึงหวังจะให้ลูกได้ไปกราบสมเด็จฯ ท่าน เพื่อเป็นสิริมงคลเริ่มต้นการศึกษา
ที่ผ่านมาเมื่อแพรวากำลังจะลงสนามสอบสาธิต เราไปรอเข้าเฝ้าสมเด็จฯ ซึ่งประทับรักษาพระองค์ ณ. ตึกวชิรญาณวงศ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ในวันศุกร์หนึ่งของเดือนมีนาคม เวลา ๑๖.๐๐ น.
โดยทั่วไปเมื่อเสด็จออก ผู้รอเข้าเฝ้าจะเข้าแถวถวายดอกไม้ ตลอดจนเครื่องไทยทานต่างๆ
ส่วนผู้ประสงค์จะบริจาคเงินเพื่อสมทบกองทุนในพระองค์ เพื่อสาธารณกุศล เช่น ซื้อเครื่องมือแพทย์ เพื่อพระสงฆ์อาพาธ ต้องนำเงินไปบริจาคที่คุณพยาบาลที่อยู่ในห้องนั้น
การบริจาคดังกล่าวนี้ เป็นการบริจาคผ่านสภากาชาดไทย จะมีหนังสืออนุโมทนาบัตรส่งตามไปให้ถึงบ้านในภายหลัง
จากนั้นจึงนำซองขาวที่เขียนชื่อผู้บริจาค ใส่พานถวายองค์สมเด็จฯ
หากผู้ประสงค์จะร่วมสวดมนต์พร้อมพระองค์ท่าน ก็สามารถอยู่ต่อได้ โดยการสวดมนต์เป็นบทสวดมนต์ทำวัตรเย็น ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ
ทว่าวันนี้เป็นวันจันทร์ เมื่อได้โทร. ไปที่โรงพยาบาล จึงทราบว่าวันนี้พระองค์ไม่เสด็จออก
ถัดมาจึงนึกถึงบทพระนิพนธ์เรื่อง "ชีวิตนี้น้อยนัก" ที่ทรงนิพนธ์ไว้ว่า
ชีวิตนี้น้อยนัก จักไปสูง ไปต่ำ จะไปดี ไปร้าย เลือกได้ในชีวิตนี้เท่านั้น พึงสำนึกข้อนี้ให้จงดี แล้วจงเลือกเถิด จงเลือกให้ดีเถิด
แม่ต้องปลูกฝังลูกให้เข้าใจพระธรรมคำสอน เพื่อให้ธรรมะขัดเกลาจิตใจ เมื่อสังคมปลุกเร้ากิเลส สร้างความทะยานอยากให้ผู้บริโภค ทางที่เยาวชนจะลุ่มหลง และเดินผิด มีมากขึ้น
แม่เชื่อว่า ธรรมะ หรือ คำสั่งสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะช่วยคุ้มครองผู้ประพฤติธรรม
วันนี้เราจึงไปทำบุญที่วัด จากนั้นไปให้อาหารปลา คุณย่าทวดมีความสุขมากกับการได้ทำบุญ จิตเปี่ยมไปด้วยกุศล กายย่อมได้รับผลแห่งจิตอันเป็นกุศลนั้น
เพียงหวังว่าบุญนั้น แม้เราจะยังมิสามารถปฏิบัติได้ครบทั้ง ทาน ศีล และ ภาวนา ก็ดีกว่า ที่จะยังมิได้เริ่มสิ่งใดเลย เพราะชีวิตนี้น้อยนัก หากไม่เริ่มวันนี้ จะเริ่มเมื่อใด


Posted on Mon 19 May 2008 14:30 |
|